กีฬาฟุตบอล

หอกยักษ์แห่งสาธารณรัฐเช็ก ตำนานหอคอยสังหาร แยน โคลเลอร์

22 3 67777 - หอกยักษ์แห่งสาธารณรัฐเช็ก ตำนานหอคอยสังหาร แยน โคลเลอร์

หากจะเอ่ยถึงเหล่าบรรดากองหน้าร่างยักษ์ในฟุตบอล 90 ปลายๆ หรือช่วงปี 2000 ต้นๆ หลายคนอาจจะมีนักเตะบิ๊กไซส์ในดวงใจ อย่างไรก็ตามเชื่อเหลือเกินว่าในห้วงเวลานั้น

จากหน้าปากประตู สู่หัวหอกตัวเป้า

image 47 - หอกยักษ์แห่งสาธารณรัฐเช็ก ตำนานหอคอยสังหาร แยน โคลเลอร์

โคลเลอร์ แถวล่างที่ 3 จากซ้าย

สำหรับคอบอลพันธุ์แท้แล้ว คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อของ แยน โคลเลอร์ กองหน้าเจ้าของส่วนสูง 2.02 เมตรอย่างแน่นอน ซึ่งด้วยความสูงดังกล่าวจึงไม่แปลกที่ โคลเลอร์ จะโดดเด่นเรื่องของความแข็งแกร่ง

และการเล่นลูกกลางอากาศที่สุดอันตราย นอกจากนี้ โคลเลอร์ ยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติสาธารณรัฐเช็กอยู่ในเวลานี้ จากการตะบันไปถึง 55 ประตู แต่ใครจะเชื่อว่า ก่อนหน้านี้กองหน้าร่างยักษ์คนนี้จะเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นผู้รักษาประตูมาก่อน

โคลเลอร์ เกิดที่เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐอย่างกรุงปราก และ เริ่มเล่นฟุตบอลในทีม TJ Smetanova Lhota ทีมอคาเดมี่ท้องถิ่นตั้งแต่อายุ 5 ขวบและเล่นมาแล้วทุกตำแหน่ง ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูยันกองหน้า เวลาผ่านไป 5 ปี โคลเลอร์ ย้ายไปในทีมที่ใหญ่ขึ้นอย่าง ZVVZ Milevsko

และได้เริ่มฝึกฝนวิชาการป้องกันปากประตูแบบจริงๆจังๆ ประกอบกับประสบการณ์การเป็นผู้เล่น ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นผู้รักษาประตูร่างยักษ์ที่สามารถเล่นบอลด้วยเท้าได้ดีไม่แพ้กัน โดยในช่วงที่ โคลเลอร์ อยู่กับ ZVVZ Milevsko เจ้าตัวรับจ็อบด้วยการขับรถบรรทุกส่งของเป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมด้วย

เพราะว่าลำพังเงินรายได้จากฟุตบอลอาจไม่พอ หลังจากนั้นด้วยรูปร่างอันสูงใหญ่ดั่ง ยักษ์ปักหลั่น ทำให้สโมสรยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิดอย่าง สปาร์ตา ปราก สโมสรที่เจียระไนเพชรเม็ดงามมาประดับวงการลูกหนังมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปีเตอร์ เช็ก ,โธมัส โรซิคกี ,พาเวล เนดเวด ,ยาโรเมียร์ บลาเซ็ค ,วราติสลาฟ ลอคเวนท์ ฯลฯ

สร้างชื่อจากการออกนอกประเทศครั้งแรก

image 48 - หอกยักษ์แห่งสาธารณรัฐเช็ก ตำนานหอคอยสังหาร แยน โคลเลอร์

จนสุดท้ายกองหน้าเจ้าของ ส่วนสูง 202 เซนติเมตร ก็ได้ย้ายไปอยู่กับ สปาร์ตา ปราก ด้วยวัย 21 ปี โดยตลอด 2 ฤดูกาลกับ สปาร์ตา ปราก แม้ว่า โคลเลอร์ จะได้รับโอกาสลงสนามไม่มากนัก แต่เจ้าตัวก็อุตส่าห์ยิงไป 6 ประตูจากการลงสนาม 36 เกมรวมทุกรายการ

พร้อมกับสัมผัสแชมป์ลีกและฟุตบอลถ้วยในประเทศตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ จากผลงานดังกล่าวมันดีพอสำหรับ โลเคอเรน ทีมในเบลเยี่ยม ที่กำลังจับตากองหน้าร่างยักษ์อยู่ในเวลานั้น ก่อนที่ โคลเลอร์ จะได้ออกนอกประเทศครั้งแรกไปอยู่กับ โลเคอเรน ด้วยค่าตัวราว 1 แสนยูโร

หลังจากนั้น โคลเลอร์ ก็ค่อยๆกลายเป็นตัวหลักของ โลเคอเรน และยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง ตลอด 3 ปีในถิ่น ดัคนัม สตาดิโอน กองหน้าสาธารณรัฐเช็กฝากผลงานยิง 46 ประตูจากการลงสนาม 102 เกมรวมทุกรายการ

โคลเลอร์ กลายเป็นที่หมายปองของสโมสรในยุโรปมากมายรวมไปถึง ฟูแล่ม ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่สุดท้าย โคลเลอร์ ก็เลือกที่จะอยู่ในเบลเยี่ยมต่อไป แต่ย้ายไปอยู่กับ อันเดอร์เลช ทีมหมายเลข 1 ของเบลเยี่ยม ณ เวลานั้น ซึ่งการตัดสินใจของ ยักษ์โคลเลอร์ ก็นับว่าถูกต้อง เพราะที่ อันเดอร์เลช โคลเลอร์ แจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย และบอลถ้วยอีก 2 สมัย เท่านั้นยังไม่พอ โคลเลอร์ ยังคว้าตำแหน่งดาวซัลโว ในฤดูกาล 1998-99 จากการกระหน่ำไป 24 ประตูในลีก

พีคสุดกับ ดอร์ทมุนด์ แท็กทีม โรซิคกี โชว์วิชาผู้รักษาประตู

image 49 - หอกยักษ์แห่งสาธารณรัฐเช็ก ตำนานหอคอยสังหาร แยน โคลเลอร์

จากการจารึกชื่อในทำเนียบดาวซัลโวของลีกเบลเยี่ยม ทำให้ดูเหมือนว่าลีกแห่งนี้จะเล็กเกินไปสำหรับการถล่มประตูของ โคลเลอร์ จนในท้ายที่สุดก็เป็น โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แห่งศึกบุนเดสลีกา ที่อ้าแขนต้อนรับยักษ์จากสาธารณรัฐเช็กไปเป็นสมาชิกใหม่ในปี 2001 ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันทัพ เสือเหลือง ก็ไปดึงดาวรุ่งอนาคตไกลรุ่นน้องของ โคลเลอร์ ที่มาชื่อว่า โธมัส โรซิคกี้ มาจาก สปาร์ตา ปราก ด้วยค่าตัวราว 25 ล้านปอนด์

และเพียงฤดูกาลแรกที่คู่หูต่างวัยจากสาธารณรัฐเช็ก เข้ามาวาดลวดลายในถิ่น เวสฟาเลน สตาดิโอน ให้กับ ดอร์ทมุนด์ ภายใต้การคุมทีมของ มาธีอัส ซามเมอร์ พวกเขาทั้งคู่ก็เล่นเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย พาทัพ เสือเหลือง คว้าแชมป์บุนเดสลีกสมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมสถิติยิงไป 11 ประตูจากการลงสนาม 33 เกมในลีก นอกจากนี้ โคลเลอร์ ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ ดอร์ทมุนด์ ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพ แถมยังยิงประตูได้ด้วย แต่สุดท้าย ดอร์ทมุนด์ แพ้ เฟเยนูร์ด 2-3 จบเพียงรองแชมป์ในปีนั้น

ฤดูกาลต่อมาแม้ว่า ดอร์ทมุนด์ จะไม่สามารถป้องกันแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จด้วยการจบอันดับ 3 ของตาราง แต่สำหรับผลงานส่วนตัวของ แยน โคลเลอร์ เจ้าตัวกลายดาวซัลโวสูงสุดของทีมจากการยิงไป 13 จากการลงสนาม 34 เกมในลีก ซีซั่น 2002-03 ขณะที่ปีต่อมา

แม้ว่า โคลเลอร์ จะยังคงทำผลงานส่วนตัวได้ยอดเยี่ยมเป็นดาวซัลโวของทีมร่วมกับ เอเวอร์ตอน ด้วยจำนวน 16 ปี แต่จากอาการบาดเจ็บของ โธมัส โรซิคกี ทำให้ เสือเหลือง ผลงานตกลงไปอย่างน่าใจหาย จบอันดับที่ 6 และพลาดลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก

เมื่อ ดอร์ทมุนด์ เจอมรสุมเล่นงาน

image 50 - หอกยักษ์แห่งสาธารณรัฐเช็ก ตำนานหอคอยสังหาร แยน โคลเลอร์

และจากการพลาดตั๋วลุยยุโรปให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อ เบิร์ต ฟาน มาไวจน์ กุนซือชาวดัตช์ถูกดึงตัวมาคุมทัพต่อจาก ซามเมอร์ ท่ามกลางปัญหาเรื่องการเงินจากการไม่ได้ลุยฟุตบอลยุโรป สุดท้าย ดอร์ทมุนด์ อาการหนักกว่าเดิมจบที่ 7 ส่วน โคลเลอร์ ก็คว้าตำแหน่งดาวซัลโวประจำทีมเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันจากการยิงไป 15 ประตู ในฤดูกาล 2004-05

เมื่อยักษ์โคลเลอร์ โชว์วิชาผู้รักษาประตู

นอกจากนี้ในช่วงระหว่างล่าตาข่ายให้ ดอร์ทมุนด์ โคลเลอร์ ยัง ถูกจดจำในฐานะผู้รักษาประตูจำเป็นที่โชว์ฟอร์มโคตรหนึบ ในเกมกับ บาเยิร์น มิวนิก ฤดูกาล 2002-03 โดยเป็นเกมที่ ดอร์ทมุนด์ ออกไปเยือน บาเยิร์น ที่โอลิมปิก สเตเดียม โดยเป็น โคลเลอร์ ที่ยิงประตูให้ เสือเหลือง ก่อนจะมาโดน บาเยิร์นมา ยิงแซง 2-1

หลังจากเหมือนสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ เมื่อ เยนส์ เลห์มันน์ ผู้รักษาประตู ดอร์ทมุนด์ โดนใบแดงไล่ออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 67 แถม ดอร์ทมุนด์ เปลี่ยนตัวครบ 3 คนไปแล้ว จึงทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปที่กองหน้าของพวกเขาที่มีความสูง 2.02 เมตร แถมยังเคยมีประสบการณ์การเฝ้าเสามาแล้วในสมัยเยาวชน

image 51 - หอกยักษ์แห่งสาธารณรัฐเช็ก ตำนานหอคอยสังหาร แยน โคลเลอร์

โคลเลอร์ ไม่มีทางเลือก และจัดการรับหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจ เขาไปเอาเสื้อของ เลห์มันน์ มาใส่ และสวมถุงมืออย่างมั่นใจ ซึ่งช่วงที่เหลืออยู่ราวๆ 23 นาทีที่เหลือ ปราการด่านสุดท้ายที่รับหน้าที่โดย แยน โคลเลอร์ ทำหน้าที่หยุดลูกยิงจากทุกสารทิศของ เสือใต้ ไว้หมด ไม่ว่าจะเป็นลูกยิงของ มิชาเอล บัลลัค ลูกครอสของ บิเซนเต้ ลิซาราซู

และแม้ว่าสุดท้าย บาเยิร์น จะได้รับชัยชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 แต่ตลอด 23 นาทีที่ ดอร์ทมุนด์ ใช้งาน โคลเลอร์ เป็นโกล เสือใต้ ยิงผ่านมือเขาไม่ได้เลย เท่านั้นยังไม่พอสุดท้าย โคลเลอร์ ได้รับเลือกให้เป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของศึก บุนเดสลีกา ในสัปดาห์นั้นเลยทีเดียว

เส้นทางของ โคลเลอร์ กับ ดอร์ทมุนด์ มายุติลงในฤดูกาล 2005-06 ซึ่งตอนนั้นด้วยน้ำหนักตัวของ โคลเลอร์ บวกกับตำแหน่งที่เล่นเป็นกองหน้าและต้องเคลื่อนที่ตลอดเวลา ทำให้ โคลเลอร์ เริ่มมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้ฤดูกาลสุดท้ายกับ เสือเหลือง โคลเลอร์ มีโอกาสลงสนามไปเพียง 9 เกมเท่านั้น

แต่ก็ยิงไปถึง 4 ประตูในลีก เท่ากับว่า 5 ฤดูกาลกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โคลเลอร์ ยิงไป 73 ประตูจาก 167 เกมอย่างเป็นทางการ พร้อมสถาปนาตัวเองเป็นผู้เล่นที่รับใช้ทีมเกิน 100 นัดให้กับทัพ เสือเหลืองด้วย

ชีพจรลงเท้ากับช่วงบั้นปลายชีวิตการค้าแข้ง

image 52 - หอกยักษ์แห่งสาธารณรัฐเช็ก ตำนานหอคอยสังหาร แยน โคลเลอร์

ด้วยอาการบาดเจ็บและด้วยอายุอานามที่มากขึ้นทำให้ โคลเลอร์ ต้องออกจาก ดอร์ทมุนด์ พร้อมกับย้ายไปเล่นในลีก เอิง ฝรั่งเศส กับ อาแอส โมนาโก ในฤดูกาล 2006-07 และในช่วงเวลานั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นขาลงของ โคลเลอร์ เพราะตลอด 2 ฤดูกาลกับ โมนาโก โคลเลอร์ ลงสนาม 54 นัดยิงไป 12 ประตู

ซึ่งหลังหมดสัญญากับ โมนาโก กองหน้าร่างยักษ์ได้รับโอกาสกลับไปวาดลวดลายในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน อีกครั้งกับ เนิร์นแบร์ก แต่สุดท้ายต้นสังกัดก็ต้องตกชั้นสู่ ลีกา 2 ในขณะที่ โคลเลอร์ ก็ลงเล่นไปเพียง 16 เกมและยิงไป 2 ประตูรวมทุกรายการ

หลังจากนั้นชื่อของ โคลเลอร์ ก็เริ่มจางหายไปกับกาลเวลา ปี 2009 โคลเลอร์ ใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายด้วยการย้ายไปเล่นให้ ครีเลีย โซเวตอฟ ในรัสเซียเป็นเวลา 2 ฤดูกาลลงสนาม 46 เกมยิงไป 16 ประตู

ก่อนจะย้ายไปปิดฉากอาชีพการค้าแข้งอย่างเป็นทางการกับ กานน์ ทีมในลีก 3 ของฝรั่งเศส ในฤดูกาล 2009-2010 โดย โคลเลอร์ รับใช้ กานน์ 2 ฤดูกาลลงสนามไป 47 เกม ยิงไป 20 ประตูด้วย แต่ด้วยอาการบาดเจ็บเรื้อรังทำให้ แยน โคลเลอร์ ต้องตัดสินใจอำลาชีวิตการค้าแข้งในที่สุดในวัย 38 ปี

ตำนานดาวยิงตลอดกาลของ สาธารณรัฐเช็ก

image 53 - หอกยักษ์แห่งสาธารณรัฐเช็ก ตำนานหอคอยสังหาร แยน โคลเลอร์

สำหรับผลงานในนามทีมชาติของ โคลเลอร์ ที่นอกจากจะกลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติสาธารณรัฐเช็กอยู่ในปัจจุบันแล้ว เจ้าตัวยังมีความทรงจำมากมายที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักกับหัวหอกร่างยักษ์รายนี้ โคลเลอร์ ถูกรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในขณะที่กำลังค้าแข้งอยู่กับ โลเคอเรน เมื่อปี 1999 ในขณะที่อายุได้ 26 ปี ซึ่งก่อนหน้านั้นเจ้าตัวผ่านการลงสนามในทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 21 มาแล้ว

โคลเลอร์ ลงประเดิมสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่เกมแรก โดยเป็นเกมกระชับมิตรที่ เช็ก บุกไปเยือน เบลเยี่ยม ก่อนที่ โคลเลอร์ จะกลายเป็นคนยิงประตูชัยให้ เช็ก บุกชนะ เบลเยี่ยม ในเกมดังกล่าว หลังจากนั้น โคลเลอร์ ก็กลายเป็นตัวหลักในทีมชาติมาโดยตลอด ซึ่งในศึก ยูโร 2000 รอบตัดเลือก โคลเลอร์ ตะบันไปถึง 6 ประตู

ผลงานที่ดีที่สุดของ โคลเลอร์ ในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ก็คือในศึก ยูโร 2004 หลังจากที่สาธารณรัฐเช็ก สร้างเซอร์ไพร์สผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ซึ่ง โคลเลอร์ ก็ประสานงานกับ มิลาน บารอส และยิงไปอีก 2 ประตู

และกลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของสาธารณรัฐเช็ก ส่วนในศึก ฟุตบอลโลก 2006 โคลเลอร์ ยิงประตูใส่ สหรัฐอเมริกา ได้เกมเปิดสนาม แต่กลับโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานที่ต้นขา และทำให้ เช็ก ตกรอบแบ่งกลุ่มไปในที่สุด 

หลังจากที่ยูโร 2008 สิ้นสุดลง โคลเลอร์ ออกมาประกาศว่าอำลาการรับใช้ชาติ อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นราวๆปีกว่า โคลเลอร์ ก็ตัดใจไม่ได้ หวนกลับมารับใช้ทีมชาติอีกครั้ง และได้ลงสนามในเกมกับ สโลวาเกีย ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เมื่อปี 2009 แต่ด้วยสังขารและร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจเลิกเล่นทีมชาติอีกครั้ง

พร้อมกับจารึกสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดไว้ที่ 55 ประตูจากการลงสนามรับใข้ชาติ 91 เกม สุดท้ายแม้ว่า โคลเลอร์ จะเคยถูกจดจำในฐานะกองหน้าร่างยักษ์ หรือว่า กองหน้าที่เล่นหน้าปากประตูได้นิดหน่อย แต่อย่าไรงก็ตามเชื่อว่าอย่างน้อยๆ แยน โคลเลอร์ ก็น่าจะอยู่ในความทรงจำของชายไทยวัย 30 อัพ หลายๆคนที่นิยมชมชอบการเล่นเกมฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจอย่างแน่นอน

สนับสนุนโดย 188BET
เว็บเดิมพันฟุตบอลจากอังกฤษ

เปิดให้บริการในไทยมานานกว่า 10 ปี การันตีความมั่นคงด้วยการเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการให้กับทีมฟุตบอลชั้นนำอย่าง ลิเวอร์พูล และ บาเยิร์น มิวนิค

Share: